กันต์ปินัทธ์'s profileKaNpI's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


      ***เกลียด ..... ที่สุด***

       
       
       รู้สึกเกลียดมันขึ้นมาแบบขึ้นสมอง อันที่จริงก็เกลียดมันมาตั้งนานแล้ว แต่ต้องเสแสร้งเกล้งทำเป็นแสนดีกับมัน เพื่อจะได้รับรู้อะไรหลายๆอย่าง จากมัน- - ถึงวันนนี้ไม่ต้องตีหน้าเศร้าใส่มันอีกแล้ว เร่งเครืองเดินหน้าเตรียมพุ่งชนมันเต็มเครื่อง  คนนิสัยเลวๆประเภทนั้น คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ทั้งที่ความจริงแล้ว โครตเง่ามันไม่มีสกุลอะไรเลย ต่ำ!! อันที่จริงคนที่เริ่มเรื่องทั้งหมดไม่ใช่มันหรอก แต่ด้วยความที่เกลียดมันไง มันเลยต้องรับสภาพ.....ด้วยความที่ไอคนของเรามันก็โง่เป็นควาย ไปเชื่อมารยา ของอีผู้หญิงเหี้ยๆแบบนั้น ตอแหลแม้กระทั้ง"ลมหายใจ" แรดยิ่งกว่า ควายป่า + +ทำเป็นเข้าใจโลก อีด_ก  ต่อไปเราจะปองร้ายมันทุกอย่าง ไม่ปลง ไม่อโหสิ ไม่ๆๆๆๆ  อีนรกแตก..
                               จิงๆ ไม่อยากจะด่าใครลงในspaceหรอกนะ แต่เรื่องนี้ขอเถอะ อยากจะประกาศตัวให้รู้กันไปเลย
      April 15

      " สูญเสีย "

       
      ไม่คิดเลยว่า จะมีรูปคนรู้จัก "ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์" ทุกฉบับ  ทำอาชีพนี้มาก็นาน เห็นคนตายมานับ 100 รู้สึกสะเทือนใจมากที่สุดก็วันที่เจอกับตัวเอง ดาบโนช จ่าไสว เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.น.1 ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 เมษา 50 ที่ผ่านมา จ่าไสว หรือพี่ไสว เสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ ส่วนดาบมาโนช หรือพี่โนช เสียชีวิตในวันที่ 13 เมษา 50 แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตทั้งคู่ไว้ได้ เนื่องจากคนร้ายยิงเข้าที่ศรีษะ ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ ของ กก.สส.บก.น.1 อีกทั้งน่าเสียดายแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ขาดตำรวจฝีมือดีถึง 2 นาย ไปพร้อมๆกัน  สำหรับ "หมวดอ้น" ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น และ ถูกคนร้ายยิง เขาที่ช่องท้อง 2 นัด ที่แขน 1 นัด ถึงแม้ขณะนี้จะปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ห้อง ไอซียู
       
      วันที่รู้ข่าว เพื่อนโทรมาบอกว่า "ก๊อฟทำใจดีๆนะ หมวดอ้นตายแล้ว"  เวลานั้นพูดอะไรไม่ออกเลย  กำลังเที่ยวสงการนต์อยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ด้วยความที่ไม่แน่ใจ ว่าหมวดอ้นจะเสียจริงหรือเปล่า จึงโทรเช็คกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รู้จักปรากฎว่า "ข่าวพลาด" คนที่เสียชีวิตกลายเป็น จ่าไสว ส่วนหมดอ้น อยู่โรงพยาบาลเป็นตายเท่ากัน ...เมื่อรู้ว่าหมวดอ้นรอดชีวิต จึงชวนเพื่อนร่วมงาน "พี่เทีย" ช่วยกันบนบานกับศาลที่สะพานข้ามแม้น้ำแคว ขอให้หมวดอ้นรอด สุดท้ายหมดอ้นก็รอด ณ วันนั้นยังไม่ทราบว่า ที่เกิดเหตุมีพี่โนชด้วย จึงไม่ได้บนให้
       
      ช่าวเช้าวันต่อมาทราบว่า "หมวดอ้นปลอดภัยแล้ว" จึงไปแก้บนกัน กระทั้งวันที่ 13 เมษา กลับมากรุงเทพ ได้รับข่าวร้ายอีกครั้งว่า ดาบมาโนช หรือพี่โนชของเรา เสียชีวิต ในเหตุการณ์เดียวกัน.. เมื่อกลับถึงกรุงเทพ มุ่งตรงไปเยี่ยมหมวดอ้นที่โรงพยาบาลตำรวจ  วันนั้นเองได้เห็นสภาพศพ และรูปหน้าตรงของ ทั้ง 2 คนปรากฎอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ เข่าอ่อนบอกไม่ถูก มันรู้สึกสูญเสีย แบบไม่มีวันได้คืนมา ทั้งๆที่ก่อนจะไปเที่ยกาญจนบุรี ยังได้พูดคุยกับทั้ง 3 คนอย่างใกล้ชิด
       
      เมื่อวันที่ 19 มกราคม 50 เป็นอีกหนึ่งความสุญเสีย ผู้กองพัฒ หรือพี่พัฒ ก้ต้องมาจบชีวิตลง ด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำ  วันนั้นคิดว่าเสียใจมากแล้ว เพราะพี่พัฒ เป็นคนดี ถึงแม้จะไม่สนิทกันมาก แต่ที่ผ่นมาก็รับรู้ได้ว่า " รักพี่พัฒ "
       
      เหตุการณ์นี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.น.1 "ถูกโจรธรรมดา" ยิงเสียชีวิต จะไม่รู้สึกเจ็บใจและเสียใจเท่า "โจรในเครื่องแบบทหารปราปรามยาเสพติดยศ พ.ท. "  และมีตัวการใหญ่เป็นถึง พล.ท. สั่งการลงมา  แถมยังเป็นกระบวนการยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่  .....ไม่รู้ว่า พี่โนชกับพี่ไสว จะตายฟรีๆ โดยที่กฎหมายลงโทษอะไรคนผิดไม่ได้หรือเปล่า  * * 
       
       http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000042000 (เข้าไปอ่านข่าววันเกิดเหตุได้ในนี้)
      March 31

      "อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง"

       
                                 
      ช่วงนี้ดูเหมือนคนใกล้ตัวเรามีปัญหาหนักอกกันท้วนหน้า
      ไม่รู้จะปลอบยังไง - -ขอเป็นเอาใจช่วยแทนดีกว่า
      เพราะสถานภาพที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ก็ใช้คำจำกัดความด้วยคำว่า
      " แย่ " ไม่แพ้คนรอบข้าง
       
      และสำหรับพี่ชายของเรา
      ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ต้องเจอกับเรื่องเหนือความคาดหมาย
      แต่คิดอีกที เรื่องนี้มันก็อยู่ใกล้แค่ "ปลายปากา"..
      ปลายปากกาที่พี่ชาย ถ่ายทอดมันออกมาเป็นเนื้อเพลง
      และทุกวันนี้โด่งดังไปทั่วประเทศ นับ 10 เพลงแล้วก็ว่าได้
       
       ถ้าพี่ชายมีความคิดจะจมกับเรื่องเศร้า
      ก็อยากให้ย้อนมองภาพของเรา แต่ละครั้งที่มีปัญหาไปปรึกษา
      "ทุกครั้ง"ที่เราโวยวายเสียน้ำ
      "ทุกครั้ง" ที่เสียใจแทบบ้า กับวงจรชีวิตอันเลี่ยงไม่ได้
      "ทุกครั้ง"ที่มีพี่ชายคอยตื่นมารับโทรศัพท์ดึกๆดื่นๆ
       
      กับ"บางครั้ง บางคน" มันคือความทรมาน "เกือบตาย"
      ****แต่สุดท้ายเราก็ยังอยู่****
      และมั่นใจเหลือเกินว่า จะต้องมีอีก "หลายครั้ง"
      ที่เราอาจกระทำเรื่องแบบนี้ซ้ำๆ
      โดยมีพี่ชายคนเดิมรับฟังอยู่ข้างๆ
      และ ...เราจะผ่านไปได้อย่างสวยงามเช่นเดิม
       
      สิ่งที่กำลังจะบอกก็คือ
      ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น - -บทสรุปที่พี่ชาย รอฟังคำตอบอยู่
      มันจะออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม
      ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เคยเกิดขึ้นกับเรา
      พี่ชายรับรู้ และบอกว่าเข้าใจมาตลอด
       
      ถึงวันนี้
      มันอาจจะไม่ง่ายเหมือนเป็นเพียงผู้รับฟัง
       แต่ถึงเวลาที่จะเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ
       ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...ในวันข้างหน้า
      เราจะอยู่ตรงนี้ อยู่ใกล้ๆ- -
       
      สำหรับความรู้สึกในช่วงแรก
      มันอาจบรรเทาอะไรไม่ได้เลย กับการสูญเสียครั้งนี้
      แต่เมื่อเวลาผ่านไป...จะสามารถรับรู้ได้ว่า
      ใครกันที่ไม่ทิ้ง ใครกันที่อยู่ด้วยกันมาตลอด
       
      เหมือนที่พี่ชายไม่เคยทิ้งเราไง
      ไม่ว่าอะไรจะเกิด
      ขอให้จำไว้อย่างเดียวว่า
      "เรายังมีกันและกันเสมอน่ะ" 
      สู้ๆ
       
       
        
       
       
      March 26

      พรุ่งนี้

       
      เสียใจ...กับความเป็นไปที่เกิดขึ้นตรงหน้า
      เสียเวลา ...ที่ต้องมานั่งเยียวยา เพื่อรอความหวังที่ว่า เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
      เสียความรู้สึก...กับทุกการกระทำ ที่มันตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับวันแรกที่เริ่มรัก
      เสียน้ำตา...กับเรื่องซ้ำซากเดิมๆ ที่มันควรจะจบได้นานแล้ว
      เสียความเป็นตัวเอง...ที่ต้องดันทุรัง "ฝืน" เพื่ออะไรก็ไม่รู้
       
      พรุ่งนี้...ทุกอย่างอาจดีขึ้น หากแต่เราลองย้อนดูตัวเอง
      พรุ่งนี้...อาจไม่ต้องรั่งใคร หากแต่เราเข้าใจว่าเรายังมีตัวเราเอง
      พรุ่งนี้...อาจไม่ต้องหวนคิดถึงอดีตที่เคยดีงามของใคร หากแต่วันนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว
      พรุ่งนี้...จะไม่มีน้ำตา เพราะการร้องงให้ ไม่ได้เพิ่มค่าความรักจากใคร
      พรุ่งนี้...จะกลับมาเป็นตัวเอง เพราะการเป็นตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุด 
       
      March 19

      เหนือการควบคุม

       
      " บางที ฉันควรบอกตัวเองว่า
      ฉันไม่สามารถชี้นิ้วให้ทุกคนบนโลกมาก้มกราบฉันได้ "
       
       
      เหนื่อใจกับความเป็นตัวเอง ทำไมฉันต้องพุ่งเขาหาปัญหาอยู่ตลอด ทำไมฉันไม่แก้ไขทุกอย่างด้วยสันติวิธี ทำไมฉันต้องแรงใส่กับทุกสถานการณ์ ที่ฉันคิดว่า "มันไม่ถูกใจฉัน" .... บอกตัวเองว่าคงเปลี่ยนไม่ได้แล้วหละ - - แต่เมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง  พร้อมที่จะมีชีวิตอยู่กับนิสัยของตัวเอง ...แต่สุดท้ายแล้ว ฉันชักจะรับความรุนแรงที่ตัวฉันเองก่อขึ้นไม่ไหว  ฉันอาจจะลอง "เปลี่ยน "  ตัวฉันเองบ้าง อย่างน้อย ก็เพื่อตัวฉันเอง  
       ว่าแต่เราจะเปลี่ยนมันได้เห๊อรรร
       
      March 18

      10 สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด


      ข้อมูลจาก Forward Mail

                หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า เอ . . . ทำไมเขาหรือเธอคนนั้นจึงเลิกลาจากเราไป บางคนอาจโทษอีกฝ่ายหลายคนก็โทษตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่มองย้อนกลับไปในขณะคบกันว่าเราทำอะไรผิดไปบ้าง ลองมาดูกันเผื่อจะระลึกได้ หรืออาจเป็นประโยชน์หากคุณยังคบกันอยู่ ดูกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้แหละที่อาจทำให้คุณเลิกลากันไป

       เอาแต่ใจ ตัวเอง
                เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

       ทำตัวเป็นเจ้าของ มากเกินไป
                การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ในลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน

       หึง แบบไร้ขีดจำกัด
                คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ

       บอกเลิกทุกครั้ง ที่ทะเลาะ
                ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ

       ไปเจ๊าะแจ๊ะ กับคนอื่น
                ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุมคือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของ เขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หิงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมองคุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดีค่ะ

       เชื่อเพื่อน มากเกินไป
                บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะจากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า

       โกรธแล้ว ไม่พูดด้วย
                เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูด กัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

       นัดแล้ว ไม่เป็นนัด
                การเลื่อนนัด ประเภท เลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่ายนัด บ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ

       พูดจาข่มกัน ต่อหน้าคนอื่น
                อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกัน ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ

       โกหก
                บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ

                ถ้ารู้ยังงี้แล้วก็อย่าทำตัวไม่ดี ให้ใครเขาเขามาบอกเลิกนะจ๊ะ


      March 11

      " เพื่อนรัก "

       
      เผลอแป๊บเดียว 2 ปีแล้ว..จำได้ว่าจบปริญญาตรีเมื่อไม่นานมานี่เอง แต่เพื่อนรักของเรา 2คน ก็แซงหน้าจบปริญญาโทไปก่อนจนได้ - - แอนกับน้ำเป็นเพื่อนที่เราสนิทที่สุด ในระยะเวลา 4 ปีที่เราเรียน ป.ตรี ถึงแม้ว่าช่วง ปี 3 -ปี4 แอนกับน้ำจะจูงมือกันไปเรียนสาขาโฆษณา ส่วนเราแยกมาเรียนสาขาวารสารศาสตร์ ....ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ดีใจมักๆ ที่น้ำกับแอน ตั้งใจมาจนถึงวันนี้ ระหว่างที่ทั้งคู่เรียน ป.โท ก็มีเรื่องน่าหนักใจมาเล่าให้ฟังเป็นประจำ ทั้งเรื่องเรียน และเรื่องส่วนตัว  
      โดยเฉพาะแอน ...เรารู้!! เรื่องเรียนแอนสู้ตาย แต่เรื่อง...เฮ้ออออ- - ที่ดูเหมือนจะข้ามผ่านมันมายากเหลือเกิน สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ถือว่าแอนจบหลักสูตร ทั้งเรื่องเรียน และเรื่องความอดทนเลยนะจ๊ะ- -  ส่วนน้ำ..เห็นแบบนี้เราไม่คิดว่าน้ำจะเรียนไอ้วิชาประเภท บัญชี รายรับ รายจ่าย หรือพวกการตลาดอะไรได้ เพราะมันแหวกแนวจากตอนป.ตรี โดยสิ้นเชิง เรารู้ "มันยากมาก" ถึงแม้จะต้องร้องไห้ท้อใจกับเรื่องเรียนบ่อยๆ แต่สุดท้าย น้ำก็จบจนได้ ***
       
      เราซะอีก ทำงานงกๆ เงินเก็บก็ไม่มี แถมให้เจียดเวลาไปเรียนคงไม่ไหว เพราะเหนื่อยเหลือเกิน ทีแรกตั้งใจว่าพอจบป.ตรีแล้ว จะเรียนต่อเลย แต่ไปๆมาๆ ก็เลือกที่จะทำงาน เอาเถอะ อีกไม่นานเราก็ต้องลาออกไปเรียนต่อบ้างเหมือนกัน.. เห็นแอนกับน้ำในวันรับปริญาแล้วปลื้มใจบอกไม่ถูก ดูได้จากรูปถ่ายที่อยู่ใน space เรา ยิ้มกันหน้าบานเชียว ก็อวยพรให้ทั้ง 2 คน มีงานดีๆเงินเดือนเยอะๆ สมที่ตั้งใจไว้นะจ๊ะ ...เพื่อนรัก
       
       
      Image hosted by Photobucket.com
       
       
      พูดถึงเรื่องเรียนต่อ ป.โท อีกไม่นาน ก็จะมีเพื่อนรักสมัยมัธยมของเราอีก 2 คน โบ กะ นิว  เรียนจบ ป.โทตามไปติดๆ ...เก่งๆกันทุ๊กคนเลยเพื่อนรักของเรา - -  ที่สำคัญทั้ง4 คนถือเป็นเพื่อนที่ข้ามผ่านช่วงเวลาทั้งร้ายและดีร่วมกับเรามา ** เห็นม๊า เกิดเป็นเราโชคดีขนาดไหน รอบข้างมีแต่คนดีๆ เรียนดีๆ นิสัยดีๆ แถมฐานะยังดีอีก .. ถึงชาตินี้ใครจะทิ้งเราไป เราจะไม่เสียใจสักนิด เพราะเรายังมีเพื่อนที่ดีที่สุดอยู่เคียงข้างใกล้ๆรา "ตรงนี้" 
       
       
       
         
      February 27

      "ไม่ใช่อย่างที่คิด"

      ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ชีวิตดูเปลี่ยนไป
      ยังอ้างว้าง ยังเสียใจ เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา
      ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา ..
      แหละวันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอรู้มั้ย ...
      "คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว"
       
       
      ผ่านไป 5 ปี แล้วที่เราแยกจากกัน  3 ปีเต็มที่เราไม่ได้เจอกันเลย ความทรงจำระหว่างเราเจือจางไปตามกาลเวลา แต่ทุกครั้งที่ถอนหายใจยังรู้สึกได้ว่าคิดถึงเธอ  วันที่ 24 ก.พ.50 คืออีกครั้งที่เราเจอกัน .. ฉันไม่คิดมาก่อนว่าฉันจะได้เจอเธออีกไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ..ถามว่าดีใจมั้ย ฉันแค่รู้สึกยิ้มได้ต่างหาก.. ฉันไม่ได้รู้สึกดีใจมากมายเหมือนที่คิดไว้ ทั้งๆที่เมื่อ 5ปีที่แล้ว ฉันเสียใจกับเรื่องระหว่างเราแทบบ้า อีกทั้งยังทำความเข้าใจกับตัวเองว่า "เธอน่าเป็นบุคคลที่ไม่อาจลืมได้" แต่ทำไมวันนี้ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย
       
      กับการใช้ชีวิตของฉันที่ผ่านมา ฉันเฝ้าคิดถึงเรื่องราวระหว่างเราแบบเลือนรางในความทรงจำ แต่ชัดเจนในความนึกคิด ถ้าฉันเลือกได้ ชาตินี้ฉันไม่อยากจะเจอกับเธออีกเลย อยากหยุดทุกอย่างระหว่างเราไว้แค่ปลายปี 2545  เพราะกับเธอแล้ว ฉันบอกกับตัวเองมาเสมอว่า "เธอเป็นเพื่อนที่ดีไม่ได้" ไม่อยากใหฐานะเพื่อนที่เธอปฎิบัติต่อฉัน ต้องลบเลือนสิ่งดีๆที่เธอเคยทำให้ในฐานะ "คนรัก"
       
      ..เพื่อนกลุ่มเราโทรมาหา นัดกันไปกินเลี้ยงวันเกิดเพื่อนในกลุ่ม ฉันก็ไปตามนัด ไม่คิดว่าจะได้เจอใครหรือไม่ได้เจอใคร เพราะทุกครั้งที่เพื่อนๆนัดกัน "ถ้ามีเธอต้องไม่มีฉัน ถ้ามีฉันต้องไม่มีเธอ"  แต่วันนี้ "ฉันเจอเธอ"  ฉันรู้..เธอดีใจที่เราเจอกัน เธอไม่ต่อว่าฉันเรื่องที่ฉันอ้วนขึ้น เธอไม่สนที่คำพูดฉันจะก้าวร้าวกว่าเมื่อก่อน  และเราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย 
       
      การสนทนาของฉันมุ่งตรงไปที่เพื่อนๆในกลุ่มคนอื่น   สำหรับเธอวันนั้นเหมือนเป็นเพื่อนที่ฉันไม่สนิทใจ เป็นเพื่อนที่ฉันไม่มีอะไรจะพูดคุยด้วย ... และนั้นคงเป็นเพราะว่า ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่ต้นมั่ง...ฉันได้รับรู้ว่าตอนนี้เธอมีพร้อมและดีทุกด้าน เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่า "จะไม่มีสักวันที่เธอจะหวนคิดถึงฉัน"  
       
      ฉันคิดว่า ฉันควรจะดีใจกว่านี้ ในวันที่ฉันได้เจอ "บุคคนที่ไม่อาจลืม"  กลับตรงกันข้าม ทุกอย่างมันกลับชัดเจนยิ่งขึ้นว่า " ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว "  แต่ที่ฉันยังคิดถึงเธออยู่นั้น "ฉันคิดถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้วต่างหาก " ไม่ได้คิดถึงหรืออยากเจอตัวตนเธอในวันนี้  
       
      และสิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับตัวเองอีกครั้ง คือ ...จากนี้ไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันต้องอยู่ได้แน่นอน ทุกอย่างมันอาจจะผ่านมาแบบตั้งตัวไม่ทัน แต่สุดท้ายแล้ว ฉันก็ยังอยู่ได้ (อยู่ได้ดีซะด้วย) การที่ฉันเจอเธอวันนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกว่า "ใครหน้าไหนจะเดินจากฉันไปก็เชิญ เพราะสักวันนึงฉันจะรู้สึกกับเขาคนนั้น ...ไม่ต่างไปจากเธอเช่นกัน    
       
       
       
      มีฉันไหมเวลาที่เหงาหรือว่าลืมทุกเรื่องราว
      ....คิดถึงฉันหรือเปล่าเมื่ออยู่คนเดียว....
       
       
       
      February 22

      ถึงเวลาแล้ว

       
       
       
       ใกล้เวลาที่ฉันต้องประครองตัวเอง ไม่ให้ตกลงจากที่สูงอีกแล้ว "  ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าฉันจะปล่อยให้ตัวเองอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการหมดลมหายใจเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน  ฉันเฝ้าถามใครๆว่า "ฉันจะตายมั้ย ฉันจะผ่านจุดเสี่ยงตรงนี้ไปได้มั้ย" ฉันกลัวที่สุด ฉันรู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันบั่นทอนตัวฉันมากแค่ไหน  ครั้งนึงฉันเคยผ่านมันมาได้แบบแทบเป็นแทบตาย  แต่ครั้งนี้ ฉันอาจจะต้องตายไปเลยจริงๆ !!! ฉันคงยืนทรงตัวอยู่บนด่านฟ้ายอดตึกไม่ไหวเหมือนครั้งที่แล้ว  .... 
       
       
      บางครั้งฉันอยากจะยกมือสนับสนุนความคิดของใครบางคนที่บอกว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นตอนนี้มันไม่ต่างอะไร กับ"การขี้การเยี่ยวเลย" ถูกต้อง!!มันเป็นเรื่องธรรมา มนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ ถ้าเป็นมนุษย์เต็มมนุษย์  มันก็ไม่แปลกที่โลกมันจะหมุนให้มนุษย์เราเจอะเจอกับหลายเหลี่ยมหลายมุมที่ซ่อนเร้นอยู่  แต่สิ่งที่เผชิญอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้หลบอยู่ตามเหลี่ยมมุมอะไร มันเป็นเรื่องธรรมดาเดินชนกันเกลื่อนโลก ที่สำคัญ 80 เปอร์เซนต์ ยังคงมีลมหายใจอยู่บนโลก  ส่วนอีก20 เปอร์เซ็นต์ เป็นมนุษย์ที่ไม่ควรเกิดมาเป็นมนุษย์ตั้งแต่ทีแรก
       

        

      สู้ๆ - - ฉันจะไม่ตกจากที่สูง ฉันจะประครองตัวเอง ให้เดินลงมาจากริมยอดตึก  และเดินลงบันได ลงไปถึงชั้น 1 อย่างปลอดภัย ตึกอาจจะสูงเสียดฟ้า  ฉันคงเหนื่อยไม่น้อยเลยกับการย่ำเท้าก้าวเดินลงมา  แต่มันคงดีกว่าที่ฉันจะพลัดตกลงมาจากยอดตึกอย่างรวดเร็ว และไม่มีลมหายใจอยู่อีกต่อไป - - -และถ้าฉันผ่านไปได้ มันก็เป็นบทพิสูจน์ว่า ฉันเป็น 1 ใน 80 เปอร์เซ็นของมนุษย์บนโลก  
      Image hosted by Photobucket.com
       

      February 14

      วันแห่งความรัก "ตัวเอง"

      ความรักของฉันไม่เหมือนใคร และฉันไม่หวังให้ใครมาเข้าใจในรัก  การเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการเริ่มรักต้องมีรากฐานของความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง " ฉันรักตัวเอง "  รักทุกอย่างที่เป็นตัวเอง แม้ในความเป็นตัวเองของฉัน จะมีใครบางคนคอยยัดเหยียด ความน่า"สะอิดสะเอียน"ใส่มาให้ ฉันก็ไม่หวั่นไหวกับการที่จะเป็นตัวของฉันเองต่อไป
       
       
      ฉันรักเส้นผมของฉัน ถึงแม้มันจะแห้งเสีย ผ่านสารเคมีมาเป็นล้านรอบ ใครจะมองว่ามันไม่มีน้ำหนัก สุขภาพไม่แข็งแรง แต่ฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนทรงหรือตัดมันทิ้ง ฉันจะเปลี่ยนแปลงเส้นผมของฉันตามความพอใจ มันจะดูทุเรศในสายตาคนอื่นยังไง ฉันก็ต้องเก็บมันไว้บนหัวของฉันอยู่ดี อย่าแปลกใจถ้าฉันไม่สะเทือนสักนิดหากใคร ติว่า"มันไม่ดีเลย"
       
       
       
      ฉันรักคิ้วทั้งสองข้างของฉันแม้มันจะบางเล็กเต็มที ตื่นเช้าขึ้นมา ต้องคว้าดินสอเขียนคิ้วมาวาดให้รูปทรงดูดี ก็อีกนั้นแหละ บางครั้งบิดบ้างเบี้ยวบ้าง แต่ฉันก็ไม่อายใคร เพราะฉันดูในสายตาของฉันเอง ใครบางคนบอกให้ฉันไปทำคิ้วถาวร เชอะ!! ฝันไปเถอะ ... ในเมื่อวันนี้ฉันไม่ได้รู้สึกรำคาญใจที่ต้องเจียดเวลาให้การแต่งคิ้วในแต่ละวัน ฉะนั้นฉันไม่จำเป็นต้องเชื่อใคร  "ฉันจะใช้ดินสอเขียนคิ้วตลอดไป"..
       
       
      ฉันรักดวงตาของฉัน ถึงแม้มันจะมีน้อยนิด ไม่ต่างอะไรกับคิ้ว แต่เมื่อมันอยู่คู่กันแล้ว มันกูดูน่ารักดีในสายตาฉัน ..ก็อีกนั้นแหละ ใครบางคนบอกให้ฉันไปกรีดตาซะ ..ไม่มีทางหรอก ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่โครตเง่าฉันสืบทอดต่อกันมา นับประสาอะไรกับคนรุ่นหลังอย่างฉันจะบังอาจไปเปลี่ยนแปลง มันอยู่ของมันดีๆ จะเสียเงินเจ็บตัวไปทำไม  ใครจะตาโตก็ปล่อยเขาเถอะ ฉันจะเป็นของฉันแบบนี้แหละ..
       
       
      บรรยายไปก็ไม่หมด ...สรุปก็คือ ไม่ว่าอะไรที่มันคือฉัน มันก็จะเป็นแบบนั้นตลอดไป   แม้วันข้างหน้า ฉันอาจสูญเสียอวัยวะบางอย่างในร่างกายไป ฉันก็ไม่เสียใจ "ฉันจะอยู่กับสิ่งที่เหลืออยู่๐" ตัวฉันจะยังมีตัวฉัน ..
       
       
       
      "คนรักของฉัน" แม้เขาจะดูบูดๆเบี้ยวไปบ้าง แต่เขาก็ยังเป็นคนรักของฉัน หลายครั้งที่เราทะเลาะกันไม่เข้าใจกัน ตราบใดที่ยังไม่ขาดจากกัน เขาก็ยังเป็นคนรักของฉันอยู่ดี ..ถ้าจะมีสักคนมาติคนรักของฉัน ถึงแม้บางอย่างมันจะเป็นเรื่องจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยินดีกับเรื่องจริงเหล่านั้น  ของๆฉันๆไม่อยากให้ใครแตะ..ฉันมีสมอง ฉันมองเห็น "ความรักไม่ได้ทำให้ฉันตาบอด" ถ้าเขายังเป็นคนรักของฉัน วันนึงฉันจะบอกเขาเองว่าเขาไม่ดียังไง  ..แต่ถ้าเขายืนยันจะเป็นแบบนั้น "ฉันจะว่าอะไรเขาได้หละ"
       
       
      "วันแห่งความรัก" ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยเห็นให้ความสำคัญกับวันๆนี้เลย เพราะยังไงซะ ฉันก็รักตัวเองมากทุกวันยู่แล้ว กระทั่งวันนี้ ฉันมีคนรัก คนรักในที่นี้หมายถึง คนที่ฉันรักและคนที่รักฉัน ไม่เคยมีใครรักใครฝ่ายเดียว ..ฉันจึงอยากจะทำอะไรเพื่อคนที่ฉันรัก และคนที่รักฉันบ้าง มันอาจไม่น่าประทับใจนัก แต่เมื่อฉันยืนยันจะทำขึ้นมาแล้ว "ฉันก็ต้องทำ "
       
       
       
        
       
       
      February 05

      โอกาส "ที่น่าจะพลาด"

      เคยคุยกับพี่ปรีชา (บรรณาธิการข่าว) ไว้ว่า อยากจะลองทำรายการที่วีดูบ้างเผื่อจะดัง
      ..และรู้ว่าถ้าเราตั้งใจที่จะทำมันจริงๆต้องทำได้  (แน่ๆ)  พอวันนี้มาถึง
      พี่ปรีชาเอาโปรดิเซอร์รายการทีวีมาพูดคุยกับเรา บอกว่าจะเอาจริงแล้วน่ะ - - -
      กลัวจัง ... เราคงทำได้ แต่ทำได้ไม่ดีแน่ๆ  ถ้าให้เราเปิดหน้าทางทีวีจริงๆ
       พร้อมดำเนินรายการตั้งแต่ต้นจนจบ เราคงทำได้ไม่ดี
       เกรงจะเป็นที่อับอายของทีมงานเนชั่น -- แต่ใจใจลึกๆแล้วอยากลองนะ
       ลองทั้งๆที่รู้ความสามรถไม่ถึง เฮ้ออออ!!!  จะดีเหร๊อออ...
      January 25

      " สุขภาพแย่ๆ "

       
      เป็นอะไรกันนะเรา หายใจเข้าออกไม่ค่อยจะทั่วท้อง แถมเจ็บแว๊บๆที่กล้ามเนื้อหัวใจ  " ใกล้ตายแล้วกระมัง "  เดินเหินไปไหนก็สุดแสนจะเหนื่อย ขึ้นบันได 2 ชั้น ก็หอบซะเปรียบเดินขึ้นตึกใบหยก...ง่ายๆเลย แค่ยกขวดน้ำดื่มเย็นๆขึ้นดื่ม ไม่ทันถึง 1 นาที ก็เหนื่อยซะ ปลายปีนี้มีนัดจะไปขึ้นภูกระดึง แต่คง "เซโน" ตั้งแต่ยังไม่กลางปี  อันที่จริงเราก็อ้วนท้วนสมบูรณ์(เกินพอ)ดี ไม่ได้ผอมแห้งแรงหด แต่ทำไมนะ... 
       
       
      January 17

      " ไม่เท่าเดิม "

      กับข้อความบล็อกข้างล่างที่เธอเขียน...ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังจะสื่ออะไร
      ฉันรู้แค่ว่า..บทลงท้ายกับข้อความ "รักเธอมาก"  มันหมายความว่าเธอรักฉัน..
      คำจำกัดความของความรัก รู้มาทั้งชีวิต ...แต่คำที่เธอเขียนนว่า เธอรักฉัน
      - - - - ฉันกลับรู้สึกรับรู้มันไม่ได้ลึกซึ้ง
      มันเป็นข้อควมเบาๆ ข้อความลอยๆ  ก้อนหินหลังบ้านยังหนักซะกว่า..........
      ไม่ได้ไม่เชื่อในคำพูด- -เพียงแค่สัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งที่เธอกำลังบอกต่างหาก
      ถึงวันนี้สิ่งที่มันดังก้องหูมาตลอดคือ" เธอแค่เคยรักฉันเท่านั้น "
      ดีใจที่เธอพยายมทำให้ฉัน "เข้าใจ" ว่า  "ยังรักฉันเหมือนเดิม "
      แต่ฉันจะรู้สึกแบบนี้ไปเรื่อยๆ  จนกว่าเธอจะรักฉันเท่าเดิมจริงๆ
       
      อาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอทำให้ มันไม่มากเท่าวันก่อน
      อาจเป็นเพราะฉันเรียกร้องจนกลายเป็นความน่ารำคาญ
      ที่สำคัญ ฉันอาจเป็นเด็กไม่รู้จักโต เข้าใจโลกยาก... 
      ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันจนวันนี้
       
       
       
       
      "อย่าบอกว่ารักถ้าหากไม่รัก เธอหลอกไม่เก่งรู้มั๊ย
      ใจเธอนั้นคิดยังไง แค่พูดออกมา
      อย่าบอกว่าเหลือถ้าหมดรักแล้ว อย่าเล่นละครดีกว่า
      ...มันถึงเวลาที่ต้องพูดความจริง


       
      January 16

      ความรัก

      คนสองคนรักกันมาก
       
      ผ่านเหตุการณ์ร้ายที่สุด และดีที่สุด
       
      มาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง
       
      ทั้งคู่สัญญาว่าจะมีกันและกันตลอดไป
       
      ถึงวันหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งเริ่มเห็นข้อเสียของคู่ตัวเอง
       
      ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าจะรักคงมั่นตลอด
       
      ทั้งคู่เริ่มมีเหตุผลของตัวเอง
       
      จนลืมเหตุการณ์ทั้งดีและร้ายที่ผ่านมาด้วยกัน
       
      และมาถึงวันหนึ่ง ที่ทั้งสองคิดว่าต้องแยกจากกัน
       
      เพราะสิ่งดีๆ ที่ทำด้วยกัน มันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว
       
      แม้ทั้งคู่จะรู้ว่า ต่างฝ่ายต่างรักกันมากแค่ไหนก็ตาม
       
      เหตุผล ที่เรื่องนี้มีบทสรุปเช่นนี้
       
      เพราะสิ่งดีๆ ที่ทำด้วยกันมันกลายเป็นความเคยชิน
       
      ขณะสิ่งร้ายๆ ที่ผ่านมาด้วยกันมันเป็นแค่ความเบื่อหน่าย
       
      และเรื่องนี้จะมีบทสรุปที่ต่างออกไป
       
      ก็ต่อเมื่อทั้ง 2 ฝ่าย หันมาให้ความสำคัญ
       
      กับสิ่งที่ชินชา และสิ่งเบื่อหน่ายที่เคยผ่านมาร่วมกัน
       
      ซึ่งมันคือความผูกพันธ์
       
      ถึงตอนนี้ อยากบอกว่า
       
      "รักเธอมาก"
       
       
      "หนึ่งครับ"
      December 15

      ปวดฟันมักๆ

       
                  
       
       
       
       
      "ได้เวลายกชุด" ต้องรักษาฟันครั้งใหญ่ในรอบ 2 ปี โถ่ๆ - - น่าสงสารตัวเราจัง ...
      รู้แบบนี้ไม่น่าไปจัดฟันเลย ทำให้ปัญหาต่างๆมันตามมามากมาย
      ยิ่งตอนนี้นะฟันผุ(เป็นรูเบอเร่อ) ปวดมัก-มัก ..
      ไม่อยากรักษารากฟันแล้วหละทรมาน แถมแพงอีก
       นี่ในปากก็มีฟันปลอมตั้ง 2 ซี่ ว่าจะตัดใจถอนออกเลยดีฟ่า- - เนอะๆ  
       

      December 13

      " มือถือเครื่องเก่า -ความรักครั้งเก่า "

                                                          
                                                
       
         บางทีความรักครั้งเก่าก็เหมือน "มือถือเครื่องเก่า" ถึงมันจะมีสรรพคุณดีเลิศขณะไหน  เมื่อเราตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่  ไอเครื่องเก่าที่เราเคยเห่ออยู่พักใหญ่-ใหญ่  ก็ตกอันดับไปโดยปริยาย....งงใช่มั้ย - - มันเกี่ยวกันตรงไหนหว่า? จะอธิบายให้ฟังนะ ..ตั้งแต่โตเป็นสาวมา เปลี่ยนมือถือมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 8 เครื่อง และทุกๆรุ่นที่ใช้ มันก็ล้วนแล้วแต่ดี๊-ดี ในช่วงนั้นๆ.. เรียกว่าดีกันตามลำดับระยะเวลา บางครั้งซื้อเครื่องใหม่มาแล้ว ก็มานั่งนึกเสียดายที่ขายเครื่องเก่าไป เพราะลูกเล่นบางอย่างมันไม่โดนใจ แต่จะทำไงได้หละ ในเมื่อขายทิ้งไป แล้ว
       
       
      หรือในทางกลับกัน มือถือบางรุ่นที่เคยตกอยู่ในมือเรามาก่อน อยู่มาวันนึงเรากลับลืมไปซะสนิทเลยว่า  เออ...ไอรุ่นนี้เราก็เคยใช่นี่หว่า !!แต่รายละเอียดลูกเล่นของมันหนะ จำไม่ได้หละว่าเป็นไงบ้าง - -ปัจจุบันเราใช้มือถือที่ไม่มีลูกเล่นอะไรเลย เรียบๆธรรมดา ที่สำคัญ...ค่าใช่จ่ายในการคุยแต่ละครั้งน้อยกว่าไอเครื่องหรูๆที่ผ่านมา เริ่มเข้าใจกันบ้างรึยังว่ามันจะไปเกี่ยวกับความรักอย่างไร ..
       
       
      คนเปลี่ยนแฟนเยอะก็เหมือนคนเปลี่ยนมือถือบ่อย (สังเกตุดีๆสิคนข้างๆตัวหนะ) คนไหนที่ไม่เค๊ย..ไม่เคยเปลี่ยนมือถือเลย เขาคนนั้นจะเป็นอะไรที่รักเดียวคนเดียว ..ไม่เชื่ออะดิ แต่มันคือเรื่องจริงนะ !!!ว่าแต่คุณยังจำแฟนคนแรกได้ป่าว.. เอาแบบแรกเริ่มอะ จำกันได้มั้ย ถ้าให้กระดาษเปล่าสีขาวไป 1 แผ่นจะเขียนบรรยายได้เต็มหน้ากระดาษมั้ยว่า "คุณจำอะไรในตัวเขาได้บ้าง คนรักคนแรกมันก็น่าจดจำเหมือนมือถือเครื่องแรกในชีวิตนั้นแหละ.. เราไม่ทันตั้งตัวเมื่อมีรักครั้งแรก เราเลยไม่มีประสบการณ์ในการเลือกคนรัก ทำให้คนรักคนแรกเป็นที่น่าจดจำ แต่อาจมีอะไรดีๆในตัวน้อยกว่าคนรักคนต่อมา
       
       
      มือถือเครื่องแรก แสนจะเชย (ในสมัยนี้) แต่ทันสมัย(ในสมัยนั้น) เราซื้อมือถือครั้งแรก เพราะอยากมี ไม่ได้รู้ถึงสรรพคุณอะไรเลย โทรออก-รับสาย แทบจะแค่นั้น!! แต่เราต้องเสียเงินเป็นหมื่นๆไปแลกกับมันมา ..- - เมื่อเรามีคนรักคนที่ 2  เราจะเลือกมากขึ้น มองให้ลึกกว่าเดิม เลือกแบบคบแล้วสบายใจ คนเก่าไมดีตรงไหนคนใหม่ต้องไม่มีตรงนั้น ..เห็นมั้ย !! เราเริ่มเลือกได้มากขึ้น...มือถือก็เหมือน เรารู้หนิ..เครื่องเก่ามันขาดอะไร อันไหนที่เราชอบ เราก็จัดแจงซื้อใหม่ให้มันดีกว่าเดิม
       
       
       
      และสำหรับคนรักคนต่อๆมา อาจมีดีบ้างเลวบ้างปนๆกันไป สุดแล้วแต่เราจะเลือก บางทีรู้ทั้งรู้ว่า "คนๆนี้หน้าตาแม่งดีอย่างเดียว" อย่างอื่นไปวัดตอนสายๆยังไม่ได้ แต่ดันเลือกมาติดป้ายว่าแฟน --สุดท้ายก็ไปกันไม่ได้อีก ..เหมือนมือถือปัจจุบันหลายๆเครื่องที่สวยแต่รูป จูบโครตเหม็น!! ภายนอกหนะสวยจริงๆ(ยอมรับ) แต่ลองหยิบขึ้นมากดดูสิ มีอะไรบ้าง.. แทบไม่มีอะไรเลย มิหนำซ้ำยังแพงโครตๆ แลกด้วยเงินเดือนทั้งเดือน ...ถ้าคิดจะซื้อมือถือที่ไม่มีอะไรเลย ควรเลือกซื้อแบบถูกๆจะดีกว่า ประหยัดดี .เหมือนๆกับแฟนแหละคะ สุดท้ายแล้ว คนที่เราจะอยู่ด้วยได้นานที่สุด ก็คือคนที่เข้ากับเราได้ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ง่ายๆ ที่สำคัญต้องอยู่ทน สวยทั้งนอก เก่งทั้งใน และเข้าใจเราเป็นที่สุด
       
               สรุปดีกว่าค่ะ ..ว่ามือถือเครื่องเก่าจะเหมือนกับคนรักเก่าอย่างไร- - บางคนมามัวเสียดายเครื่องที่มันหายสาปสูญไปจากชีวิต ไม่ว่าจะด้วยวิธีการขาย หรือถูกขโมยไป สรรพคุณมันจะดีเลิศขนาดไหน คงน้อยคนนักที่จะเก็บเงินไปซื้อ "โทรศัพท์รุ่นเดิมที่หายไป" มาใช้ใหม่  โลกมันกว้างเทคโนโลยีมันก้าวไกล วันนึงมันต้องมีเครื่องที่ดีกว่าเครื่องที่หายไปมาวางตลาดให้คุณเลือกซื้อแน่นอน  .... เหมือนคนรักคนแรก หรือคนไหนๆก็ได้ ที่เราคิดว่า"ดีมากแล้ว" หนะคะ  วันนึงมันก็ต้องมีคนใหม่ๆดีๆผ่านมาในชีวิต ไม่ผิดหรอกที่คุณจะคิดถึงคนเก่า แต่อยากให้คิดถึงในเรื่องดี-ดี อย่าคิดถึงเพราะเสียดายที่ต้องแยกจากกัน ขอให้คิดถึงเพราะว่า "เขาเคยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา เท่านั้นพอ"
       
       
       
       
       
      December 12

      เปลี่ยน "ไม่ได้"

      เรียนรู้มาทั้งชีวิต  คนเราเกิดมาไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ..... ดีบ้างเลวบ้างปะปนกันไป
       
      หากดูรวมๆแล้วมันไม่ขี้เหล่ ก็จัดว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง..
       
      อยู่มาวันหนึ่งต้องเจออะไรที่มัน "ดี" แต่ "ไม่ดีพร้อม"  (พิมพ์เดียวกับไม่สมบูรณ์แบบ)
       
      กลับทำใจยอมรับมันไม่ได้เอาซะเลย...
       
      พยายามตั้งสติดี-ดี  พูดในใจกับตัวเองว่า " อย่าคิดมากซิ "
       
       สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา มันเป็นเรื่องธรรมชาติ..ปุถุชนบนโลกต้องเจอกันทั้งนั้น
       
      ทนก้มหน้ายอมรับทุกอย่างเถอะ "ที่เรามีอยู่ก็ถือว่าดีกว่าครึ่งแล้ว"
       
      หากทิ้งสิ่งนี้ไปได้สิ่งใหม่มา แล้วเกิดแย่กว่า..จะไปหยิบเขาเก่าที่ทิ้งลงถังขยะไปแล้วงั้นเหรอ!!
       
      ไม่อะ ..ไม่กล้าเสี่ยง - - แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันจะดีขึ้นกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือ ?
       
      ----ทุกวันนี้ยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้----
       
      เราคงเปลี่ยนทุกอย่างบนโลกไม่ได้..เหมือนๆกับที่คนบนโลกหน้าไหนก็มาเปลี่ยนเราไม่ได้
       
      บางทีทางออกของฉันมันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกแต่ฉันกลับมองไม่เห็น...
       
       
        
      December 06

        

       
       
       
      เห็นน้ำทะเลแล้วคิดถึงบ้านที่สงขลาจัง มันใสประมาณนี้เลยน่ะ ไม่สกปรก
       
      เหมือนทะเลหลายๆแห่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนกัน 
       
      ทะเลสาปสงขลา เป็นทะเลที่เราแก้ผ้าเล่นน้ำมาตั้งแต่เล็กๆ
       
      แม่กะพ่อพาไปถ่ายรูปริมหาดสมิหลาตั้งแต่หลังยังไม่แข็ง เราเล่นทรายตั้งแต่
       
      ตีนเท่าฝาหอย ....
       
      โตขึ้นมาหน่อย ก็เปลี่ยนเป็นซ้อมมอเตอร์ไซร์แม่ไปเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนๆแถว
       
      บ้าน ... สนุกที่สุดเลยหละ  !!
       
      พอเป็นสาวเต็มตัว ก็เปลี่ยนเป็นขี่มอไซร์ไปวนเล่นริมหาดซะเอง กินลมชมทะเลทุกๆ
       
      เย็นขี่กันไปเป็นกลุ่มๆ  เผลอๆก็ส่งตาหวานให้หนุ่มๆที่จอดมอเตอร์ไซร์อยู่ริม
       
      หาด ... แต่เมื่อแตกเนื้อสาวเต็มตัว ยอมรับว่าไม่ได้ลงเล่นน้ำทะเลอีกเลย
       
      งเป็นเพราะเพื่อนๆโตเป็นสาวกันหมดแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายไปเรียนที่อื่น
       
      รวมทั้งเราด้วย  .....จะอย่างไรก็ตามทีหาดสมิหลาบ้านเราก็ยังสวยที่สุด น้ำใส
       
      ที่สุด และที่สำคัญ ..บรรยากาศดีที่สุด
       
       
       
       อยากให้แวะไปเที่ยวกันน่ะเพื่อนๆ
       
       
                                                                (เมืองสงขลาค่ะ เข้ามาดูได้) 
       
       
       
       
       
      December 04

       


       -•o°•❀   goffy   ❀•°o•-

                                                                                                 
         

           


      คิดถึง เพื่อนๆจังเลย ไม่รู้ป่านนี้เป็นไงกันบ้าง 
      โดยเฉพาะ นิว กับ หญิง  
       

      ไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่คิดถึงเพื่อน ทั้ง 2

      ทั้งที่ความจริงเรามีเพื่อนสนิทอีกนับ10

       

      เพราะนิวเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่สนิทที่สุด

      ส่วนหญิงก็เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน

       

      บ้านเรากับบ้านหญิงอยู่ในระแวกเดียวกัน

      พ่อแม่สนิทกัน ไปไหนไปกัน ตบตีกันมาตั้งแต่เล็ก

       

      หญิงเป็นคนรักเพื่อนมาก พอๆกับพูดมาก

      หญิงแกกว่าเรา 1 ปี แต่เราไม่เคยเรียกหญิงว่า "พี่"

       

      26 ปีแล้วที่เรากับหญิงคบกันมา

      เหมือนพีเหมือนน้อง ทะเลาะกันเดี๋ยวก็ดี

       

      หญิงชอบวางตัวเป็นพี่ สั่งนู้นนี่ตลอด

      ทั้งๆที่ความจริงมันต้องพึ่งเราหลายๆอย่าง

       

      ถึงแม้เรากับหญิงจะทำงานใกล้ๆกันแต่นานๆจะได้เจอกันที

      มีบ้างที่หญิงเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แล้วขาดการติดต่อ

       

      แต่จนแล้วจนรอดหญิงก็ติดต่อกลับมาจนได้

      ว่าไปแล้วหญิงก็เปรียบเหมือนคนในครบครัวคนนึง

       

      ส่วนนิว คบกันมาประมาณ 10 กว่าปี

      นิวเป็นเด็กบ้านๆ(สมัยเรียนม.ปลาย) แต่เราก็คบกันได้

       

      มีหลายสิ่งหลายยอย่างที่เราร่วมกันทำกับนิว

      นิวน่ารัก นิวขี้ร้อง แต่นิวก็เก่งมาก คุ้มครองเราได้

       

      จบม.ปลาย  เรากับนิวก็ยังคุยกัน

      เราแยกกันเรียนคนลัมหาลัย แต่เราไปมาหาสู่กันบ่อยมาก

       

      กระทั่งเรียนจบ มหาลัย เรากับนิวก็ต่างแยกย้าย

      ไม่ต่างอะไรกับหญิง ที่ต้องไปทำงานตามหน้าที่

       

      แต่เราก็ยังคุยกันตลอด เพราะนิวคือเพื่อนรัก

      นิวคือคนที่อยู่กับเราทุกช่วงเวลา

       

      ช่วงหลังเราทำตัวไม่ดี น่าเบื่อ นิวอาจจะห่างเรา

      แต่นิวไม่เคยทิ้งเรา นิวยังมองเราอยู่ตลอด

      เราอยากให้นิวอยู่เป็นเพื่อนกันตลอดไป

      รวมทั้งหนิง โบว์ และอีกหลายๆคน

       

      ps. หญิงกะนิว ร้องเพลงเพี้ยนพอๆกัน หญิงจะหนักกว่าค่อนข้างเยอะ และทั้งสองก็กลายเป็น

      เด็กนักเรียนให้เราสอนร้องเพลงไปโดยปริยาย 555